แรงดันลมยาง

ดูแลกันง่ายๆ แค่เพิ่มความใส่ใจสักนิด
baเรื่องพื้นฐานคือเรื่องน่าเบื่อ แต่เรื่องน่าเบื่อนี่แหละครับที่สำคัญนัก แรงดันลมยางก็คือเรื่องพื้นฐาน ที่ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายควรรู้ อีกทั้งเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ควรใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ

baหลักๆ เลย แรงดันลมยาง มีไว้เพื่อซับแรงสะเทือน ช่วยให้ยางคงรูป ซึ่งจะส่งผลให้ล้อหมุนไปได้… แล้วทีนี้ เราต้องเช็คแรงดันลมยางทุกวันมั๊ย? ถ้ามันไม่แบนลงจนเห็นได้ชัด ก็ต้องบอกว่า ‘ไม่ต้องเช็คทุกวันครับ’ เพราะโดยปกติ แรงดันลมยางสามารถซึม หรือลดลงได้เองเป็นเรื่องปกติ เฉลี่ยแล้วอาทิตย์ละประมาณ 1 ปอนด์ ดังนั้นคุณสามารถเช็คแรงดันลมยาง สักอาทิตย์ละครั้งก็พอ หรือยืดไป 2 อาทิตย์ก็ยังไหว (หากไม่มีเวลา) สมมุติคุณเติมลมยางวันเสาร์ 29 ปอนด์ อาทิตย์หน้าเช็คอีกทีลดเหลือ 28 ปอนด์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

เติมลมยางเท่าไหร่ดีล่ะ?
baมาถึงปัญหาโลกแตก ‘เติมเท่าไหร่ดี?’ กำปั้นทุบดินเลยครับ ‘ตามที่ระบุมาในค่ามาตรฐานนั่นแหละ’ แล้วค่ามาตรฐานหามาจากไหน? ดูจากรถที่คุณขับได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณประตูรถ ฝาถังน้ำมัน หรือสมุดคูมือประจำรถ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าจะยืดหยุ่นไม่ได้ คุณไม่ต้องกังวลถึงขนาดตัวเลขต้องเป๊ะตามที่ระบุในรถแต่ละคัน หรือยางแต่ละรุ่น เช่น ’28 ก็ต้อง 28 ไม่งั้นฉันเครียด’…บอกไว้ก่อนได้เลยว่า ไม่ต้องถึงขนาดนั้น เพราะถ้าจะว่ากันตามจริง มาตรวัดของแต่ละปั๊ม หรือเครื่องวัดลมยางของแต่ละคน ค่าที่ได้อาจไม่เท่ากันด้วยซ้ำ

baดังนั้น ในชีวิตจริงที่ทั้งเร่งด่วน และวุ่นวาย ตัดปัญหาจุกจิกไปเลยครับ คุณสามารถเติมลมยางตามค่าปกติได้เลย ส่วน ‘ค่าจริง’ ที่มีความเพี้ยนสามารถมากหรือน้อยกว่าค่ามาตรฐานได้เสมอ ถ้าต้องการตัวเลข เอาเป็นว่าเฉลี่ย + หรือ – สัก 1-4 ปอนด์ต่อตารางนิ้วก็ได้ครับ ไม่ต้องกังวลจนเกินไป

ส่วนคำว่าลมยาง ‘แข็งเกินไป – อ่อนเกินไป’ หากค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง + ไปมากจนเกินไปคือยางที่แข็งขึ้น และ – ลงไปมากๆ คือยางอ่อนลง (เช่นค่าปกติของคู่มือ 28 แต่แรงดันลมยางคุณเหลือ 20 นั่นคืออ่อนเกินไปมากแล้ว)

Tyre Pressure
แข็งไป – อ่อนไป จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
baเอาง่ายๆ ก่อนเลยครับ เดินไปหน้าบ้าน ปล่อยลมยางจักรยานให้อ่อนลง แล้วลองขี่หน้าบ้านซักรอบ คุณจะพบว่ายางมันย้วย เมื่อจะปั่นให้เร็วขึ้นก็ต้องใช้แรงมาก แต่ก็จะนิ่มก้นหน่อยนึง จากนั้นสูบลมให้แข็ง แล้วลองขี่ดูอีกที คุณจะพบว่าสามารถเร่งความเร็วได้ง่ายขึ้น แต่แลกมาด้วยอาการกระด้างของจักรยาน หรือเจ็บก้นมากขึ้น…เราจบตรงนี้ที่ภาพง่ายๆ ของลมยาง แข็ง – อ่อน นะครับbaในรถยนต์นั้น เรา ‘บวกอาการเพิ่มไปอีก’ แรงดันลมยางที่อ่อนจะทำให้รู้สึกนุ่มนวล หนึบขึ้นอีกนิด แต่ก็กินน้ำมันกว่าปกติ เพราะเครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น ในการเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้า แถมในกรณีที่ลมยางอ่อนไปมากๆ ยางด้านนอกจะสึกมากกว่ายางด้านในอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร เมื่อเจอหลุม หรือมีการกระแทก โอกาสที่ยางจะยุบตัวจนกระแทกกับกระทะล้อก็มี และที่สำคัญหากใช้ลมยางอ่อนมากๆ วิ่งทางไกล ใช้ความเร็วสูง แก้มยางบิดตัว ยางร้อนจัด แรงดันในลมยางจะขยายตัวอย่างมหาศาล มีสิทธิ์เสี่ยงต่ออาการยางระเบิดได้

baส่วนยางที่แข็งเกินไป คุณอาจจะออกตัวได้ดีขึ้น แต่ก็จะทำให้การยึดเกาะถนนน้อยลง เพราะหน้ายางสัมผัสพิ้นน้อยกว่า ตามมาด้วยอาการกระด้าง หรือสั่นสะเทือนของรถ ส่งผลไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องทำงานหนักขึ้น เช่น ช๊อคฯ และส่วนที่สึกอย่างเห็นได้ชัดคือส่วนกลางของดอกยาง เพราะรับน้ำหนักอยู่จุดเดียว โอกาสระเบิดก็มีเหมือนกัน หากโดนกระแทกแรงๆ เช่นกรณีตกหลุมในขณะใช้ความเร็วสูง

baเมื่อคุณสามารถจับอาการของรถได้แล้ว ค่อยมาลองคำนวณดูว่า ชอบหรือไม่ชอบ ให้ลมยางแข็ง-อ่อนกว่าค่าปกติ (เล็กน้อย) แต่ในกรณีของคนที่ไม่สามารถแยกอาการของรถออก ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไป เอาค่ามาตรฐานเป็นที่ตั้ง จะมากหรือน้อยกว่าสัก 1-3 ปอนด์ก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าให้ถึงกับไม่เช็คเลย หรือชะล่าใจจนลมยางอ่อนเกินไป

เช้า สาย บ่าย เย็น วัดตอนไหนดี?
baวัดลมยางตอนไหนดี?…เอาเป็นว่า บวก ลบ คูณ หาร ความยุ่งยากในชีวิตของคุณเสียก่อน แล้วสละเวลาสัก 5-10 นาที วัดแรงดันลมยางตอนที่คุณ ‘สะดวกที่สุด’ ได้เลยครับ…แต่ต้องมีการเผื่อเล็กน้อย- ถ้าวัดตอนเช้ามากๆ แรงดันลมยางอาจหายไปบ้าง เพราะอากาศเย็น ล้อรถเองก็เย็นเหมือนกัน
– แต่ในขณะเดียวกัน การวัดแรงดันลมยางในขณะที่ยางเย็น ก็จะได้ค่าที่ใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานที่สุด
– ถ้าขับไปที่ทำงาน แล้ววัดแรงดันลมยาง ก็อาจจะเพิ่มขึ้นได้ วิ่งเร็ว วิ่งช้า ความร้อนต่างกัน ค่าก็มีโอกาสเพี้ยนได้อีก
– ถ้าวัดตามสะดวกที่ปั๊มเจ้าประจำของคุณ ก็คิดเผื่อสักนิด ว่าวิ่งมาใกล้-ไกลแค่ไหน
– และเครื่องวัดตามปั๊ม ‘ส่วนมาก’ จะได้ค่าที่อ่อนกว่าความเป็นจริง เพราะมันถูกใช้งานมาอย่างหนักหน่วง
– ดังนั้นคุณควรจะมีเครื่องวัดลมยางส่วนตัว เลือกเอาที่มีราคาสักนิด อย่าไปเสียดายเงินซื้อแบบถูกๆ มาใช้
– พึงระลึกไว้ว่า ไม่ควรใช้สายตา ‘กะเอาจากความกลมของยาง’ เพราะแรงดันของลมยาง อาจต่างกันได้เป็น 10 ปอนด์

ออกต่างจังหวัด วิ่งทางไกล แข็งหรืออ่อนดี?
baกลับไปที่ ‘ยางอ่อน เดินทางไกล ยางร้อนขึ้น อากาศขยายตัว (มีโอกาส) ยางระเบิด’ กันก่อน หลายๆ ท่านเชื่อว่า ถ้าอย่างนั้น ปล่อยลมยางให้อ่อนไปเลย เมื่ออากาศขยายตัว ก็จะเท่ากับได้ลมยางปกติน่ะสิ…

baแอ๊ดดดดด…ผิดครับ การเดินทางไกล หากใช้แรงดันลมยางอ่อน ยางจะมีการบิดตัวอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างยางจะมีการเสียรูป และนั่นทำให้อุณหภูมิของยาง ‘สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว’ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ยางระเบิด

baในการเดินไกล คุณควรเติมลมยางเพิ่มจากปกติเฉลี่ยสัก 2-4 ปอนด์ เพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการบิดตัวของยางให้น้อยลง ส่งผลให้ความร้อนไม่มากเกินไป เวลาใช้ความเร็วต่อเนื่อง (ไม่ใช่ไม่เพิ่มนะครับ เพิ่ม แต่ไม่มากเท่าลมยางที่อ่อน) พูดง่ายๆ คือ ลดความเสี่ยงลงนั่นเอง

baและเมื่อเดินทางไกล ไป-กลับ เสร็จแล้ว อย่าลืมปล่อยลมยางให้เป็นค่าปกติด้วยนะครับ ทำในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้ ไม่ต้องถึงกับ ถึงบ้านปุ๊บ ปล่อยลมยางปั๊ป

baอย่าลืม เช็คความพร้อมของยางอะไหล่ด้วย ยางรถยนต์ในปัจจุบัน ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมากก็จริง แต่เช็คแรงดันนานๆ ครั้งก็ดี ที่สำคัญ ‘ควรเติมลมยางอะไหล่ให้มากกว่าปกติ’ ซัดไปเลย 35-40 ปอนด์ เวลาต้องใช้งานจริง ถ้าแรงดันลมยางไม่ลดลง เราก็แค่ปล่อยลมออกไปให้เหลือค่าใกล้เคียงกับปกติเท่านั้นเองครับ

คราวเคราะห์…ถ้ายางระเบิดล่ะ?
baในกรณีที่ยางระเบิดขณะที่คุณขับรถอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือสิ่งที่ยากที่สุดในการเรียกใช้งาน นั่นคือ ‘สติ’

baในที่นี้ เรามาสมมุติกันก่อนว่า ‘เรายังมีสติ’ และขับด้วยความเร็วไม่สูงจัดนัก (ค่าของย่านความเร็วในระยะปลอดภัย คือ 100 กม./ชม.) อาการของรถที่จะเกิดขึ้นคือ การสะบัด ไม่ว่าจะเป็นล้อหน้าหรือหลังก็ตาม หากระเบิดในด้านขวา รถจะแฉลบออกไปทางด้านขวาทันที จากนั้นจะสะบัดกลับ แล้วต่อเนื่องด้วยการสะบัดออกไปทางขวาอีก เป็นอย่างนี้สลับกันไป

baเราต้องตกใจแน่…มากด้วย แต่ให้พยายามประคองพวงมาลัยเอาไว้ ถอนคันเร่งทันที จากนั้นแตะเบรกเบาๆ หลายๆ ครั้ง ให้ความเร็วของรถลดลง ห้ามกระทืบเบรกจนมิด หรือดึงเบรกมือ เพราะรถอาจหมุนทันที เมื่อลดความเร็วลงได้ ค่อยๆ หาทางนำรถเข้าจอดข้างทาง

baแต่หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ใช้ความเร็วสูงมากๆ ส่วนใหญ่สิ่งที่จะเกิดคือการพลิกคว่ำในทันที ซึ่งกรณีคงจะแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากที่พึ่งสุดท้าย คือ ‘เข็มขัดนิรภัย’

baการดูแลรถในเรื่องพื้นฐานแบบนี้ หมั่นทำให้เป็นนิสัย แต่ไม่ต้องถึงกับเครียดมาก ของบางอย่างยืดหยุ่นกันได้ครับ เพียงแต่อย่าละเลย 

Reference: http://www.motortrivia.com/section-tips-technic/0002-tyre-pressure/tyre-pressure.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s