พิธีแต่งงานแบบอิสลาม หลักปฏิบัติของชาวมุสลิม

ศาสนาอิสลามนับเป็นอีกศาสนาหนึ่งที่มีชาวไทยนับถืออยู่จำนวนมากการแต่งงานแบบอิสลามจึงมักมีให้เห็นอยู่บ่อยๆวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “พิธีแต่งงานแบบอิสลาม” ว่ามีความพิเศษอย่างไร

พิธีแต่งงานแบบอิสลามเรียกว่า นิกะห์ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตกลงปลงใจจะแต่งงานกัน จากนั้นฝ่ายชายจะให้ผู้ใหญ่ไปทำการสู่ขอโดยมีการตกลงค่ามะฮัรฺหรือสินสอดทองหมั้นและกำหนดวันแต่งงาน

การกำหนดวันแต่งงาน

เนื่องจากความเชื่อของศาสนาอิสลามไม่เชื่อในเรื่องโชคชะตาจึงไม่นิยมดูฤกษ์ยามก่อนแต่งงานและมีข้อห้ามไม่ให้เชื่อเรื่องดวงดาวและโชคชะตาต่างๆ อีกด้วยดังนั้นชาวมุสลิมจึงไม่มีฤกษ์วันแต่งงานนอกจากความสะดวกทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

พิธีแต่งงานแบบอิสลามมีกฎอยู่ 5 ประการดังนี้

ทั้งชายและหญิงต้องเป็นมุสลิมถ้าแต่งงานกันไปแล้วและมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนศาสนาให้ถือว่าความเป็นสามีภรรยาก็สิ้นสุดลงด้วยโดยถือว่าเป็นการผิดประเวณี

  1. ฝ่ายชายจะต้องจัดหาสินสอดทองหมั้น (มะฮัร) ให้กับฝ่ายหญิง และเมื่อแต่งงานกันแล้วสินสอดจะตกเป็นของฝ่ายหญิงเพียงคนเดียว
  2. จะต้องมีชายมุสลิมที่มีคุณธรรมมาเป็นพยานในการแต่งงานอย่างน้อย 2 คน
  3. จะต้องมีวะลีย์หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงเป็นผู้ทำหน้าที่แต่งงานให้ ซึ่งหากพ่อแม่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ฝ่ายหญิงจะต้องตั้งบุคคลมาเป็นวะลีย์แทน
  4. วะลีย์ของฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้เสนอคำขอแต่งงาน (อีญาบ) โดยมีเจ้าบ่าวขานรับ (กอบูล)
  5. จากนั้นจึงมีการเลี้ยงฉลองแต่งงานกันขึ้น เรียกว่าวะลีมะฮฺ โดยที่มีข้อแม้ว่างานเลี้ยงจะต้องไม่ฟุ่มเฟือย เนื่องจากความเชื่อของศาสนาอิสลามนั้นอนุญาตให้มีการฉลองงานแต่งงานได้ แต่จะต้องอยู่ในความพอดีเนื่องจากเป็นความสิ้นเปลือง

การแต่งงานกับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม

ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามหากต้องการแต่งงานกับชาวมุสลิมจะต้องเปิดใจยอมรับความเชื่อของศาสนาอิสลาม และเชื่อในคำสอนของพระอัลเลาะห์ เนื่องจากศาสนาอิสลามมีความเคร่งครัดและมีข้อห้ามมากมาย ดังนั้นหากเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามเหมือนกับคู่รักได้ก็จะเป็นเรื่องดีต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน

การเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม

  1. กล่าวชะฮาดะฮฺ คือ การกล่าวปฏิญาณตน โดยกล่าวว่า “อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺวะอัชฮะดุอันนะมุฮัมมะดุรฺเราะซูลุลลอฮฺ” แปลว่า “ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดี นอกจากอัลเลาะห์เพียงองค์เดียว และฉันขอปฏิญาณตนว่ามูฮัมมัด คือ ศาสนทูตของพระองค์”
  2. เมื่อกล่าวปฏิญาณตนแล้วจะอาบน้ำซุนนะฮฺหรือไม่ก็ได้ ซึ่งวิธีการ คือ การใช้น้ำสะอาดชำระล้างร่างกายในขณะที่ตั้งเจตนาว่า “ข้าพเจ้าอาบน้ำชำระล้างร่างกายเนื่องในการเข้ารับอิสลามเพื่ออัลเลาะห์” และกล่าวว่า”บิสมิลลาฮฺ” จากนั้นให้ล้างมือ บ้วนปาก ล้างรูจมูก ล้างแขน 3 ครั้ง ทีละจุด จากนั้นให้อาบน้ำให้สะอาด และล้างเท้า 3 ครั้ง
  3. ตั้งชื่อมุสลิมโดยให้ใครตั้งให้ก็ได้
  4. หากเป็นเพศชายก็ต้องไปทำคิตาน หมายถึง การขลิบหนังส่วนปลายที่หุ้มอวัยวะเพศ
  5. ศึกษาหลักคำสอนของศาสนาอิสลามต่างๆ ทั้งข้อใช้และข้อห้าม เพราะเมื่อเข้ารับอิสลามทุกอย่างจะเริ่มถูกบันทึก โดยเฉพาะการละหมาด

การแต่งกายแบบอิสลาม

ฝ่ายหญิงหากเข้านับถือศาสนาอิสลามแล้วจะต้องระวังเรื่องกายแต่งกายให้ปกปิดมิดชิด เปิดได้เฉพาะใบหน้าและฝ่ามือ ไม่ใส่ชุดรัดรูปบางๆ หรือเอวต่ำ กระโปรงไม่มีรอยผ่า ถ้าเดินไม่สะดวกให้ใส่กระโปรงที่ไม่แคบ เช่น กระโปรงมีจีบ เป็นต้น

ถึงแม้ว่าจะมีประเพณีที่ค่อนข้างเคร่งครัด แต่การแต่งงานแบบอิสลามก็ยังเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ขาวมุสลิมทุกคนต้องยึดถือและปฏิบัติตามกันมาอย่างยาวนาน ดังนั้นหากใครต้องการแต่งงานตามประเพณีอิสลาม จึงควรศึกษาและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนนะคะ ยินดีด้วยกับคู่รักทุกคู่ค่ะ

Reference:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s