ขี่จักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์

นับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่อยากขี่จักรยานชมเมืองกรุงในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ โดยในเส้นทางท่องเที่ยวที่ทางกทม.จัดไว้นั้น(ทั้งในเขตเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและชั้นนอก) มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเด่นๆ ดังนี้

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์สมบัติใน พ.ศ.2325 พระองค์ได้ทรงสถาปานาพระมหานครขึ้นใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยยึดด้านหน้าเป็นทิศเหนือ ด้านซ้ายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา การปลูกสร้างในระยะเวลาแรกล้วนเป็นงานไม้ เว้นแต่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่ก่ออิฐถือปูน พระบรมมหาราชวังใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์พระบรมราชจักรีวงศ์ตั้งแต่ราชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ตลอดทุกรัชสมัยได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์อื่นๆ ขึ้นตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลานั้น

ศาลหลักเมือง ในการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธียกเสาหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อแต่โบราณ เสาหลีกเมืองสร้างด้วยไม้ชัยพฤกษ์ สูงพ้นดิน 108 นิ้ว ส่วนที่ฝั่งอยู่ในดินลึก 79 นิ้ว มียอดสวมลงบนเสาลงรักปิดทองสำหรับบรรจุชะตาเมือง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การทหารผ่านศึก ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ด้านทิศเหนือจัดสร้างซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง ก็สามารถมาสักการะบูชาได้เช่นกัน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เดิมเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้าที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ในปี พ.ศ.2325 ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าพระธาตุ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล วังหน้าจึงว่างลง และได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเดิมอยู่ที่หอคอยคอเดีย (ศาลาสหทัยสมาคม) มาอยู่ที่วังหน้าเมื่อ พ.ศ.2430 ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้ใช้พระที่นั่งต่างๆ จัดแสดงวัตถุโบราณและสิ่งของอันมีค่ามากมายให้ได้ชม

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ หอศิลป์ เมื่อเดินเลียบเชิงสะพานปิ่นเกล้าไปทางถนนเจ้าฟ้าก็จะได้ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นที่ตั้งโรงกษาปณ์สิทธิการ เริ่มเปิดดำเนินการใน พ.ศ. 2445 ต่อมากรมศิลปากรได้ติดต่อขอใช้อาคารแห่งนี้จากกรมธนารักษ์ เพื่อปรับปรุงเป็นหอศิลปะแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2517 และเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์” ใน พ.ศ.2504 ที่บริเวณอาคารชั้นล่างใช้เป็นศูนย์กลางรวบรวมศึกษาค้นหา และจัดแสดงผลงานศิลปะประเภทงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ทั้งที่เป็นศิลปะ ประเพณี และศิลปะร่วมสมัยที่บริเวณอาคารขั้นบนเป็นที่จัดนิทรรศการพิเศษหมุนเวียนกันไป ลักษณะเด่นของอาคาร เมื่อมองเข้าไปจะเห็นลักษณะของอาคารที่เป็นกลุ่ม มีความกลมกลืน และเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเขื่อมโยงด้วยลายลูกไม้บนชายคา และสันหลังคาเป็นแบบอย่างศิลปะตะวันตก

ป้อมพระสุเมรุ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาประชิดกับปากคลองบางลำพูหรือคลองรอบกรุงด้านเหนือ สร้างเมื่อ พ.ศ.2326 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เพื่อเป็นปราการป้องกันพระนคร สร้างขึ้นทั้งหมด 14 ป้อม ปัจจุบันเหลือเพียงป้อมพระสุเมรุ และป้อมมหากาฬ ลักษณะรูปทรงของป้อมเป็นทรงแปดเหลี่ยม 2 ชั้น หลังคาเป็นโครงไม้ฉาบปูน ฐานชั้นในมีบันไดทางขึ้น 2 ชั้น และมีทางเดินโดยรอบฐานกำแพงชั้นนอกเป็นใบเสมา ประตูหน้าต่างเจาะเป็นช่องเหลียม และมีช่องลมรูปโค้งแหลมวางเป็นระยะ ผนังมีการเจาะเป็นช่องตีนกาโดยรอบ ซึ่งมีลักษณะสวยงามเป็นประโยชน์ใช่สอยมากมาย ทีเชิงเทียน ช่องยิงปืน ห้องเก็บกระสุนดินดำ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ และยังปรับปรุงบริเวณโดยรอบให้เป็นสวนสาธารณะอีกด้วยมีชื่อว่า “สวนสันติชัยปราการ” ที่สามารถนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับสภาพอากาศหนาวต้อนรับปีใหม่ได้ดี

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 3) โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพได้ทรงมีพระดำริโปรดฯ ให้สร้างขึ้น แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน วัดบวรนิเวศ สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยนิยมผสมจัน ภายในพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ 2 องค์ คือ พระประธานที่อัญเชิญมาจากวัดสระตะพาน เพชรบุรี และพระพุทธชินสีห์ อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก เจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่ที่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) และประดับด้วยกระเบื้องสีทองในรัชกาลปัจจุบัน รอบฐานพระเจดีย์มีศาลา วิหารเก๋งทรงจีน นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง วัดบวรนิเวศเคยเป็นสถานที่พำนักระหว่างพระภิกษุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงผนวช รวมทั้งเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ และยังเป็นที่พำนักของพระภิกษุ นาคหลวงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นอนุสาวรีย์ที่แสดงสัญลักษณ์ความเป็นประชาธิปไตยที่จัดสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 8 ในปี พ.ศ.2482 เพื่อระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 อนุสาวรีย์ถูกสร้างเป็นรูปเล่มรัฐธรรมนูญจารึกในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าความสูง 3 เมตร ปีกทั้งสี่สร้างแทนทิศต่างๆ ความสูง 24 เมตร หมายถึงวัน และเดือนของเหตุการณ์ดังกล่าว คือ 24 มิถุนายน อีกทั้งปืนใหญ่ 75 กระบอกที่ฝังปากกระบอกคว่ำประดับอยู่โดยรอบเป็นสัญลักษณ์แทนปี พ.ศ.2475 อันเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทยสืบมา

เสาชิงช้า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2327 เนื่องจากว่า มีพราหมณ์ชาวเมืองสุโขทัยชื่อ ครูสิทธิชัย(กระต่าย) นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชว่า ในการประกอบพระราชพิธีตรียัมปวายอันเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์ ที่มีมาช้านาน แต่โบราณกาลจำเป็นต้องมีการโล้ชิงช้า รัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาชิงช้า มีความสูง 21.15 เมตร ปลายเสาตอนบนห่างกัน 4.05 เมตร ตอนล่างห่างกัน 4.57 เมตร การโล้ชิงช้ามีติดต่อกันมาหลายรัชกาลจนถึงรัชกาลที่ 7 เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำจึงได้มีการยกเลิกการโล้ชิงช้า เสาชิงช้าได้มีการบูรณะหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี 2550 ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยที่เดียว

วัดสุทัศน์เทพวราราม วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เดิมชื่อวัดมหาสุทธาวาส พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างมหาวิหารใจกลางพระนครเช่นเดียวกับวิหารพระมงคลบพิตรที่พระนครศรีอยุธยา วัดมหาสุทธาวาสประดิษฐาน พระศรีศากยมุนีที่อัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2390 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) จึงทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุทัศฯเทพวราราม”

ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2532 บนสถานที่เดิมที่เคยเป็นศาลาเฉลิมไทย ตั้งอยู่บริเวณมุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย ตั้งชื่อตามพระนามกรมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 3) ประดิษฐาน พร้อมทั้งจัดสร้างพลับพลาที่ประทับเพื่อใหช้เป็นสถานที่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกเมืองของประเทศ

ป้อมมหากาฬ และกำแพงเมือง เป็นปราการ 1 ใน 2 ป้อมสุดท้ายที่เหลืออยู่ ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ด้านข้างเป็นกำแพงพระนครที่ยังเหลืออยู่ และมีความยาวมากที่สุดหากไม่นับกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านข้างป้อมมหากาฬ คือ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ สันนิษฐานว่า สร้างพร้อมกับถนนราชดำเนิน ในรัชกาลที่ 5

วัดสระเกศราชวรมหาวิหารและภูเขาทอง วัดสระเกศสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ และขุดคลองรอบพระอารามพร้อมพระาชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึงหมายถึง การชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนาน เมื่อคราวยกทัพกลับจากเขมรเพื่อปราบจราจลในกรุงธนบุรี หลังจากนั้นเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติในปี พ.ศ.2325 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พร้อมสร้างบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ทรงหมายให้เป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่ไม่แล้วเสร็จในรัชกาล ครั้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) ทรงให้เปลี่ยนแบบเป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอดและเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

และนั่นก็เป็นสิ่งน่าสนใจเด่นๆในเส้นทางขี่จักรยานชมกรุงฯ ซึ่งนอกจากนี้แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทางอีกมากมายหลากหลาย อาทิ ถนนข้าวสาร ปากคลองตลาด สวนสราญรมย์ สนามหลวงที่ปัจจุบันปิดปรับปรุง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังสามารถแวะชิมอาหารอร่อยได้จากร้านอร่อยหลากหลายในเส้นทาง อีกทั้งยังสามารถไหว้พระ หรือสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไปในตัวได้อีกด้วย

กทม. มีจุดบริการจักรยานไว้ให้หลายจุดเพื่อความสะดวกสบาย โดยนักท่องเที่ยวสามารถนำบัตรประชาชนไปแลกยืมจักรยานมาขี่ได้ฟรี ตามเวลาที่กำหนด(เวลาให้ยืมจักรยานจริง) ได้แก่วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00น. ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.2-2225-7612-5,0-2225-4312,0-2225-4320,0-2281-5538

Reference:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s