Hanamizuki

กำหนดฉาย : 23 ธันวาคม 2553
แนว : รัก
นำแสดง : อารางากิ ยูอิ (Sky of love), โทมะ อิคุตะ (Hana-Kimi), โอซามุ มิคาอิ (Shinobu), ยาสุชิมารุ ฮิโรโกะ (Always Sunset on the third street)
กำกับ : โนบุฮิโร่ โดอิ
เขียนบท : นบุฮิโร่ โดอิ (Be with you, Nada Sou Sou)
เว็บไซต์ทางการภาพยนตร์

เรื่องย่อ Hanamizuki

คริสต์มาสปีนี้ ขอบตาคุณจะอุ่น ด้วยฝีมือของผู้กำกับ โนบุฮิโร่ โดอิ หลังจากเคยฝากความประทับใจจาก Be With You และ Nada Sou Sou มาแล้ว เขาจะกลับมาทำให้หัวใจแฟนชาวไทยประทับใจกันอีกครั้งกับ Hanamizuki (ฮานะมิซึกิ)

เรื่องรักระหว่าง ซาเอะ (อารางากิ ยูอิ จาก Sky of Love) เด็กสาวมัธยมปลายจากฮอกไกโด ผู้กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยหวังจะไปใช้ชีวิตในเมืองเกิดที่พ่อกับแม่ของเธอรักกันในแคนาดา กับ โคเฮ (อิคุตะ โทมะ จากซีรี่ส์ Hana-Kimi) เด็กหนุ่มธรรมดา ๆ ผู้มุ่งมั่นที่จะทำตามความฝันของตัวเองอย่างแรงกล้า ทั้งคู่พบและรักกัน ก่อนที่เส้นทางชีวิตที่แต่ละคนเลือกและความห่างไกลจะเกิดขึ้น จนเกิดเป็นเรื่องราวความรักแท้ที่กินเวลานานกว่า 10 ปี ภาพยนตร์จะทำให้คนดูต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า เคยลืมกันไปบ้างไหมว่า ความรู้สึกของการได้รักใครบางคนนั้นเป็นอย่างไร

เรื่องเล่า

เริ่มต้นฉากที่ประเทศแคนาดา หญิงสาวนั่งรถบัสเพื่อไปดูประภาคาร

ย้อนอดีตกลับมา ณ ฮอกไกโด ซาเอะ เด็กสาวมัธยมนั่งรถไฟไปสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ได้พบกับ โคเฮ ที่กำลังเดินทางไปสอบใบขับขี่ โคเฮเกิดความสนใจในตัวซาเอะตั้งแต่แรกพบ แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อรถไฟไปชนกวางทำให้ไม่สามารถเดินทางต่อได้ ด้วยความเร่งรีบจะไปสอบ ซาเอะพยายามวิ่งไล่ตามรถบัส โคเฮจึงวิ่งตามมาด้วย แต่ก็ไม่ทันให้รถบัสจอดรับ ซาเอะบอกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของเธอ โคเฮจึงช่วยตามหาชาวบ้านแถวนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ

ที่บ้านหลังหนึ่ง ซาเอะพบรถบรรทุกที่มีกุญแจเสียบไว้ เธอจึงถามว่าโคเฮขับรถเป็นหรือไม่ โคเฮลังเลที่จะขับแต่แล้วก็ทำตาม เพราะเห็นว่ามันมีความสำคัญกับซาเอะมาก แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อโคเฮพยายามจะแซงรถบรรทุกวัว แต่กลับเกิดอุบัติเหตุรถตกข้างทาง เหตุการณ์นี้ทำให้ซาเอะต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียน ส่วนโคเฮก็ถูกพ่อชกลงโทษ

ซาเอะได้พบกับโคเฮอีกครั้ง เพื่อแสดงความขอบคุณโคเฮที่ออกรับแทนเธอ โคเฮมอบหนังสือเตรียมสอบให้กับซาเอะ หนังสือนั้นเป็นหนังสือสอบเข้ามัธยมปลาย แต่มันก็เป็นกำลังใจอย่างดีที่จะทำให้เธอมุ่งมั่นเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่อไป

ซาเอะจำเป็นต้องไปเรียนกวดวิชาเพิ่มเติม โคเฮจึงอาสาที่จะไปทำงานหารายได้พิเศษแถวนั้น เพื่อจะได้นั่งรถไฟกลับมาพร้อมกับซาเอะทุกวัน แล้ววันหนึ่งบนรถไฟขากลับ โคเฮพยายามดึงหนังสือจากมือของซาเอะ ทำให้ซาเอะดุว่าว่าโคเฮไม่มีวันเข้าใจว่ามันยากแค่ไหนในการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย โคเฮรู้สึกเสียใจ และโกรธ จึงบอกกับซาเอะว่าต่อไปนี้เขาจะไม่มารบกวนการอ่านหนังสือของเธออีก แล้วลงจากรถไฟไป ซาเอะรู้สึกเสียใจที่พูดรุนแรงไปจึงตามลงมา แล้วตะโกนว่า “อย่าเดินหนึไปแบบนี้อีกได้ไหม” ทำให้ทั้งสองเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

ซาเอะเล่าให้โคเฮฟังว่าตัวเธอเกิดที่ประเทศแคนาดา แต่ความทรงจำแรกของเธอคือเมื่อเธอและแม่ได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่น เธอต้องสูญเสียพ่อตั้งแต่อายุได้ 5 ขวบ พ่อของเธอเป็นนักถ่ายรูปที่ชอบเดินทางไปที่ต่างๆ แต่แล้ววันหนึ่งพ่อของเธอรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง และไม่มีโอกาสจะอยู่กับซาเอะได้จนโต จึงได้เพาะเมล็ดฮานามิซึกิไว้ มันเป็นความทรงจำอันเล็กน้อยระหว่างเธอกับพ่อของเธอ เธอได้นำเอาภาพๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นภาพของเธอกับแม่ที่ประภาคารแห่งหนึ่งในประเทศบ้านเกิด เธอบอกกับโคเฮว่า สักวันหนึ่งเธอจะต้องไปที่แห่งนึ้ให้ได้ โคเฮเองก็ให้สัญญาว่าเขาจะรักซาเอะตลอดไป และสักวันหนึ่งเขาจะต้องไปที่ประภาคารแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

เด็กหนุ่มที่มุ่งมั่นจะเป็นนักประมงตามรอยผู้เป็นพ่อเกิด ซาเอะใฝ่ฝันที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยโตเกียว และหวังจะไปใช้ชีวิตที่แคนาดา เมืองเกิดที่พ่อกับแม่ของเธอรักกัน

และแล้วซาเอะก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวได้ โคเฮเสียใจที่ทั้งสองจะต้องจากกัน จึงไม่ไปส่งซาเอะ แต่แล้วเพื่อนๆ รบเร้าโคเฮจึงได้ออกเรือ และแสดงป้ายที่เขียนไว้ว่า “พยายามเข้านะ…ซาเอะ” ให้ในวันที่เธอเดินทาง ทั้งสองยังคงติดต่อกันทั้งทางจดหมาย และโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ

ซาเอะได้มีโอกาสพบรุ่นพี่คนหนึ่งที่ชวนเธอเข้าชมรมถ่ายภาพ แต่เธอไม่สนใจ จึงได้แนะนำงานพิเศษให้กับเธอ ปิดเทอมหน้าร้อนครั้งนี้ซาเอะซึ่งวุ่นวายกับงานพิเศษจึงไม่ได้กลับบ้านมาพบกับโคเฮ

วันคริสต์มาส โคเฮตัดสินใจมาหาซาเอะที่โตเกียว แต่ก็มาเจอภาพที่ซาเอะเดินหัวเราะอย่างร่าเริงมากับรุ่นพี่ ทำให้โคเฮโกรธ ซาเอะมอบของขวัญวันคริสต์มาสให้กับโคเฮ ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่โคเฮยังมีความโกรธอยู่จึงได้หุนหันออกจากร้าน แล้วบังเอิญไปชนกับวัยรุ่น ทำให้กลุ่มเด็กวัยรุ่นโยนถังที่เป็นของฝากที่เข้าตั้งใจมอบให้กับซาเอะเสียหาย ทำให้มีเรื่องชกต่อยกัน

คืนนั้นโคเฮกลับมาที่ห้องพักของซาเอะ ในขณะที่ซาเอะกำลังทำแผลให้กับเขา ด้วยความคิดถึงทำให้ทั้งสองจูบ กอด และมีสัมพันธ์กัน ตื่นมารุ่งเช้า โคเฮซ่อมโมเดลเรือที่เขาออกแบบ และฝันว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นเจ้าของเรือลำนี้ให้ได้ แล้วเขาก็มอบโมเดลเรือนี้ให้กับซาเอะ

ครัั้งหนึ่งเมื่อโคเฮบอกกับพ่อว่าเข้าตั้งใจจะเป็นชาวประมง พ่อจึงได้ไปกู้เงินกับสหกรณ์เพื่อซื้อเรือ แต่แล้วด้วยภาระหนึ้สินทำให้เขาต้องตัดสินใจขายเรือนั้นทิ้ง ในวันสุดท้ายทั้งสองและทีมได้ออกเดินทางไปล่าปลาเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วไต้ก่ง (กัปตันเรือ) กลับหัวใจวาย โคเฮรู้สึกเสียใจมาก จึงได้โทรไปหาซาเอะ แล้วกล่าวว่ามันคงเป็นบทลงโทษที่ครั้งหนึ่งเขาจะเลิกเป็นชาวประมงแล้วไปอยู่กับซาเอะที่โตเกียว เขาและเธอจึงได้จบความสัมพันธ์กันนับตั้งแต่วันนั้น

ด้วยความเหงา คืนหนึ่งโคเฮได้เผลอไปมีอะไรกับหญิงสาว ทั้งสองจึงต้องแต่งงานกัน

เหตุการณ์ผ่านไป ซาเอะเรียนจบมหาวิทยาลัย ยังหางานไม่ได้ แล้วก็ได้พบกับรุ่นพี่อีกครั้ง รุ่นพี่จึงชวนเธอให้ไปทำงาน Part Time เป็นช่างถ่ายรูปที่นิวยอร์ก รุ่นพี่ตัดสินใจขอซาเอะแต่งงาน แล้วจะรอคำตอบจากเธอ

เหตุการณ์ผ่านไป เพื่อนของซาเอะ แต่งงานกับเพื่อนของโคเฮ ทั้งสองจึงได้กลับมาพบกันอีกครั้งในงานแต่งงานของเพื่อน ซาเอะพบว่าโคเฮได้แต่งงานไปแล้ว เธอรู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้

ซาเอะตั้งใจจะนำเรือที่โคเฮเคยให้ไว้ไปลอยทะเลที่ประภาคารที่โคเฮเคยพาเธอมา เป็นเวลาเดียวกันกับที่โคเฮมาที่แห่งนี้ ทั้งสองจึงได้พบกันอีกครั้ง ซาเอะบอกกับโคเฮว่าเธอตัดสินใจจะกลับไปแต่งงานที่นิวยอร์ก และจะไม่กลับมาญี่ปุ่นอีก ด้วยความรักและผูกพันทั้งสองจึงกอดกัน ด้วยพันธะที่มีอยู่ทำให้โคเฮไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากขอให้ซาเอะมีความสุข

เมื่อกลับมาบ้าน ภรรยาของโคเฮเสียใจอย่างมากเพราะครอบครัวกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย แต่โคเฮกลับหายตัวไป วันรุ่งขึ้นเธอจึงตัดสินใจออกจากชีวิตของโคเฮ

เมื่อซาเอะกลับมาที่นิวยอร์กเธอตั้งใจจะกลับมาบอกกับรุ่นพี่ว่าจะแต่งงานด้วย แต่ปรากฏว่ารุ่นพี่ของเธอไปตามหาความฝันของเขาที่หลังจากได้อยู่ในเหตุการณ์ 911 ทำให้เขาตั้งใจจะถ่ายรูปรอยยิ้มของเด็กๆ ท่ามกลางสภาวะสงคราม เขาเดินทางไปประเทศอิรักแต่กลับต้องเสียชีวิต

หลายปีผ่านไปซาเอะไปที่ประภาคารในประเทศแคนาดาตามที่เธอตั้งใจ ขณะกลับเธอเดินผ่านร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีโมเดลเรือที่โคเฮเคยทำให้กับเธอ เจ้าของร้านจึงบอกกับเธอว่า ทุกปีจะมีเรือล่าทูน่ามา แล้วเจ้าของเรือได้นำโมเดลเรือมาทิ้งไว้ที่นี่ เขาบอกกับเจ้าของร้านว่าเจ้าของเรือลำนี้เกิดที่นี่ ซาเอะมั่นใจขึ้นมาในทันทีว่าเขาคนนั้นคือโคเฮ จึงได้ตามไปจนถึงท่าเรือ แต่แล้วเรือก็ออกจากฝั่งไปเสียก่อน ทำให้ทั้งสองไม่ได้เจอกัน

หลายปีผ่านไป ซาเอะตัดสินใจกลับมาเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ เป็นอีกครั้งที่เธอได้พบกับโคเฮ เขาถือเรือโมเดลที่ป้ายอีกด้านหนึ่งเขียนไว้ว่า “ขอบคุณ” โคเฮจึงได้กลับมาตามหาซาเอะ เขากอดกันอีกครั้งท่ามกลางต้นฮานามิซือกิที่ผลิดอก และแล้วความรักของทั้งสองก็เบ่งบานอีกครั้ง ^^
เกร็ดภาพยนตร์

1. เช่นเดียวกับ Nada Sou Sou ที่ได้แรงบันดาลใจสร้างจากเพลงฮิต Hanamizuki ก็ได้แรงบันดาลใจจากเพลงฮิตชื่อเดียวกันของ โย ฮิโตโตะ ในปี 2004 ซึ่งเป็นชื่อของต้นไม้ที่พ่อของซาเอะ ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็กปลูกเอาไว้

2. ด้วยผลงานการแสดงที่ยอดเยี่ยมจาก Sky of Love และ Ballad อารางากิ ยูอิ รับบทท้าทายที่สุดในชีวิตกับ Hanamizuki ที่เธอต้องแสดงเป็นตัวละครเดิมในระยะเวลา 10 ปี โดยเธอจับคู่กับนักร้องหนุ่มหนุ่มหล่อฝีมือดี อิคุตะ โทมะ ที่ได้รับบทนำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ Seaside Motel และ The Fallen Angel โดยมีนักแสดงชั้นนำร่วมแสดงอีกมากมาย

3. Hanamizuki ในภาษาของดอกไม้ก็คือคำว่า “เฮนไร” หมายถึงการตอบแทนคำขอบคุณ และเป็นการสื่อถึง “การเสียสละเพื่อความรัก” ด้วยความอบอุ่นและเป็นภาษาสากล

4. หนังถ่ายทำใน 4 เมือง ฮอกไกโด – นิวยอร์ก – โตเกียว – แคนาดา เมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในโลก สะท้อนความรักที่ยั่งยืนและถึงจะเดินทางผ่านฤดูกาล ร้อน – หนาว – ฝน หรือ ใบไม้ผลิ ขอบตาคุณก็จะยังอุ่นได้ทุกครั้งที่รู้สึกถึง

5. เมื่อภาพยนตร์เข้าฉาย ได้สร้างปรากฏการณ์น้ำตาซึมจนทำให้หนังขึ้นอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์  ในญี่ปุ่นได้อย่างไม่ยากเย็น กวาดรายได้ไปกว่าพันล้านเยน

Reference:

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s